การสำรวจใหม่ทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดในหมู่ประชาชนทั่วไป

การสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนเชื่อว่าการพยากรณ์โรคเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก และมีการเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงในการตรวจหามะเร็งปอด

ลอนดอน, Nov. 28, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — มีผู้คนเพียงหนึ่งในห้าเท่านั้น (22%) ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อความ “โดยทั่วไปแล้ว ทางเลือกวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค” ตามการสำรวจแบบ Omnibus ที่ดำเนินการโดย Ipsos MORI และสนับสนุนโดย Lung Ambition Alliance มีการเผยแพร่ผลลัพธ์ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับวันสิ้นสุดเดือนแห่งการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด (National Lung Cancer Awareness Month) มะเร็งปอดเป็นโรคที่ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับตราบาป (Stigma) ตราบาปของโรคมะเร็งปอดเป็นปัญหา และอาจมีอิทธิพลต่อผู้สูบบุหรี่ที่ทำให้รู้สึกผิดและไม่ต้องการพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้1

ผลลัพธ์เพิ่มเติมของการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า:
ผู้คนส่วนใหญ่ (59%) มีความมั่นใจว่าสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างมากมายของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดจะได้รับการรักษาให้หายขาดได้ในห้าปีเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน 

  • แต่ในความเป็นจริง มีผู้คนเพียงแค่ประมาณหนึ่งในห้าเท่านั้นในปัจจุบันที่มีชีวิตอยู่ได้ห้าปีหลังจากการวินิจฉัยเบื้องต้น2 แม้จะมีความคืบหน้าเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับบทบาทในเชิงบวกของการตรวจหาโรคในระยะเริ่มแรกและการรักษารูปแบบใหม่ แต่หนทางในการช่วยให้มีโอกาสรอดชีวิตที่สูงขึ้นก็ยังคงอีกยาวไกล
  • ซึ่งก็ถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มความพยายามในการต่อต้านมะเร็งปอด และผลักดันแนวทางใหม่ๆ ที่สามารถชะลอการลุกลามของโรค

เกือบ 9 ใน 10 คน (87%) เห็นด้วยกับการประกาศใช้โครงการระดับชาติในประเทศของตนเพื่อเพิ่มการตรวจหามะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก เกือบสองในสาม (62%) ในหมู่ของผู้คนเหล่านั้นได้ยืนยันว่าเห็นด้วย “อย่างยิ่ง” กับโครงการนั้น

  • แต่ความจริงก็คือหลากหลายประเทศทั่วโลกยังไม่ได้มีการปรับใช้การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด แม้จะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดสามารถช่วยชีวิตได้3,4,5 ผู้คนกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับการวินิจฉัยหลังจากโรคได้แพร่กระจายไปส่วนอื่นนอกเหนือจากปอด ซึ่งทำให้ลดศักยภาพในการรักษาโดยหวังให้หายขาด6
  • โดยตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณาการทดสอบวินิจฉัยว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด และความเห็นชอบในการตอบรับแนวทางที่สามารถช่วยเพิ่มอัตราการตรวจคัดกรอง

Patrick Connor รองประธานและหัวหน้าแฟรนไชส์ระดับโลก, Tumour Drivers and Resistance Mechanisms, AstraZeneca กล่าวว่า: “เป็นที่ชัดเจนว่าเรามีความก้าวหน้าอย่างมากเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด แต่เราก็ทราบว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์สำหรับโรคร้ายนี้ ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกคาดหวังว่าเราจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งปอดโดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยขั้นต้น การพัฒนานวัตกรรมการรักษาอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลาลงมือแล้ว”

Jesme Fox เลขานุการของ GLCC กล่าวว่า: “เป็นเรื่องสำคัญที่จะเข้าใจความคิดของประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด ซึ่งผลการสำรวจเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับโอกาสในการมีชีวิตรอดที่สูงขึ้นในอนาคตสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด และยังเห็นด้วยกับการประกาศใช้การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำเพื่อลดความรู้สึกว่ามีตราบาปและมุมมองในแง่ลบของผู้คนรอบข้างต่อโรคนี้”

โรคมะเร็งปอดได้คร่าชีวิตผู้คนทุกๆ 18 วินาที7 โดยในปี 2018 เพียงปีเดียว มีผู้คนกว่า 1.8 ล้านคนเสียชีวิตด้วยโรคนี้7 ซึ่งผู้ป่วยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ได้รับการวินิจฉัยเมื่อมะเร็งได้แพร่กระจายไปส่วนอื่นนอกเหนือจากปอดแล้วและการพยากรณ์โรคอยู่ในสภาวะเลวร้ายลง6

เกี่ยวกับ Lung Ambition Alliance

Lung Ambition Alliance เป็นผู้นำในความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่มารวมตัวกันเพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งปอดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอีกต่อไป Alliance มีเป้าหมายเพื่อเร่งพัฒนาและนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อผู้ป่วยมะเร็งปอด ด้วยการส่งเสริมความเชี่ยวชาญของพันธมิตรแต่ละราย และให้ความสำคัญต่อโครงการที่มีคุณค่าที่ช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายยิ่งๆ ขึ้นไป พันธมิตรผู้ก่อตั้ง ได้แก่ International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC), Guardant Health, Global Lung Cancer Coalition (GLCC) และ AstraZeneca จะร่วมกันสำรวจและก้าวข้ามอุปสรรคของการตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยขั้นต้น พัฒนายาและการดูแลที่มีคุณภาพ และดำเนินการตามเป้าหมายแห่งอนาคตของมะเร็งปอดซึ่งเริ่มที่การเพิ่มอัตราการมีชีวิตรอด 5 ปีขึ้น 2 เท่าภายในปี 2025

ความคิดริเริ่มในการดูแลรักษาโรคมะเร็งปอด (ILC2)

ILC2 คือโปรแกรมใหม่ที่เปิดตัวเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการเรียกร้องให้มีการใช้งานสำหรับองค์กรผู้ป่วยและผู้ดูแลที่ลงทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศนั้นๆ เพื่อยื่นข้อเสนอโครงการที่สามารถเปลี่ยนโฉมการดูแลผู้ป่วยในประเทศต่างๆ ทั่วโลก วันสุดท้ายของการยื่นข้อเสนอคือวันที่ 31 มกราคม 2020 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่www.lungambitionalliance.org

การให้สิทธิ์ในการใช้งาน ILC2 จะได้รับการตรวจสอบและคัดเลือกโดยพันธมิตรผู้ก่อตั้งทั้งสี่แห่ง Lung Ambition Alliance ซึ่งประกอบด้วย Global Lung Cancer Coalition, Guardant Health, International Association for the Study of Lung Cancer และ AstraZeneca โดยที่ AstraZeneca เป็นผู้จัดหาเงินทุนสำหรับการให้สิทธิ์ ILC2

เกี่ยวกับพันธมิตรผู้ก่อตั้ง

  • International Association for the Study of Lung Cancer (IASLC) เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่มุ่งมั่นในการศึกษาด้านมะเร็งปอดและมะเร็งในทรวงอกอื่นๆ โดยมีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอดทุกสาขาทั่วโลกมากกว่า 7,500 คน ในกว่า 100 ประเทศ
  • Global Lung Cancer Coalition เป็นกระบอกเสียงของผู้ป่วยมะเร็งปอดระดับสากล และมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ป่วย
  • Guardant Health เป็นบริษัทการวินิจฉัยสมัยใหม่ซึ่งมีเป้าหมายในการตรวจจับมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกด้วยการตรวจทางโมเลกุลในเลือด
  • AstraZeneca เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลกที่มุ่งเน้นในการค้นพบ การพัฒนา และการจำหน่ายยาที่ต้องมีใบสั่

เกี่ยวกับ Lung Ambition Alliance IPSOS MORI Survey
ในนามของ Lung Ambition Alliance นั้น Ipsos MORI ได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ 7,000 คนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในทั่วทั้ง 7 ประเทศ (ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สเปน, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) การสัมภาษณ์ได้ดำเนินการทางออนไลน์ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคมถึง 4 พฤศจิกายน 2019 โดยได้มีการเลือกผู้ตอบแบบสอบถามจากช่องทางออนไลน์จากการสุ่มตัวอย่างทางสถิติโดยเป็นไปตามการปรับเกณฑ์ด้านเพศ อายุ หมวดหมู่อาชีพทางสังคม พื้นที่ทางภูมิศาสตร์และประเภทของเมืองตามข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของแต่ละประเทศสำหรับประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป ผลลัพธ์สำหรับแต่ละประเทศได้มีการให้น้ำหนักทางสถิติ (วิธีการแบบ Rim Weighting) เพื่อสะท้อนขนาดประชากรของผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนระดับประเทศในแต่ละตลาด ยังมีการให้น้ำหนักทางสถิติกับผลลัพธ์เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละประเทศมีน้ำหนักเท่ากันเมื่อรวมเข้าด้วยกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิจัย โปรดไปที่ https://www.ipsos.com/ipsos-mori/en-uk/attitudes-and-awareness-lung-cancer-lung-ambition-alliance

เร่งการพัฒนาเพื่อผู้ป่วยมะเร็งปอด

แหล่งอ้างอิง

1 Global Lung Cancer Coalition. Global Briefing: Symptom Awareness and Attitudes to Lung Cancer. Findings from a Global Study. ดูได้ที่ http://www.lungcancercoalition.org/uploads/docs/Global%20briefing%20-%20FINAL.pdf เข้าถึงเมื่อพฤศจิกายน 2019

2 Cancer.Net. Lung Cancer – Non-Small Cell – Statistics. ดูได้ที่ www.cancer.net/cancer-types/lung-cancer-non-small-cell/statistics เข้าถึงเมื่อพฤศจิกายน 2019

3 Piana R. Although Evidence Is Clear That Lung Cancer Screening Saves Lives, Adoption Rates Remain Low. ASCO Post. ดูได้ที่ https://ascopost.com/issues/march-10-2019/lung-cancer-screening-evidence-and-adoption/ เข้าถึงเมื่อพฤศจิกายน 2019

4 Yousaf-Khan U, et al. Final Screening Round of the NELSON Lung Cancer Screening Trial: The Effect of a 2.5-year Screening Interval. Thorax. 2017;72:48–56.

5 The National Lung Screening Trial Research Team. Reduced Lung-cancer Mortality with Low-dose Computed Tomographic Screening. N Engl J Med. 2011;365(5):395–409.

6 EpiCast Report: NSCLC Epidemiology Forecast to 2025. GlobalData. 2016.

7 World Health Organization. International Agency for Research on Cancer. Fact Sheet – Lung Cancer. ดูได้ที่ http://gco.iarc.fr/today/data/factsheets/cancers/15-Lung-fact-sheet.pdf เข้าถึงเมื่อพฤศจิกายน 2019

ติดต่อ:
Meagan Hagans
BursonRx
meagan.hagans@bursonrx.com
+1 212 601 3271
Emma Purdy
GCI Health
Emma.Purdy@gcihealth.com
+44 7825 903013