Digital Realty ได้รับเลือกให้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ขนาด 50 เมกะวัตต์ในสิงคโปร์

ที่ตั้งแห่งใหม่ของ Digital Realty บนเกาะจูรง จะช่วยขยายแพลตฟอร์มของบริษัทในสิงคโปร์ ด้วยศักยภาพที่รองรับ AI และมีความยั่งยืน ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนบทต่อไปของการเติบโตด้านดิจิทัลของประเทศ

ออสติน รัฐเท็กซัส, Aug. 26, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Digital Realty (NYSE: DLR) แพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการเครือข่ายรายใด ประกาศว่า บริษัทได้รับคัดเลือกภายใต้โครงการ Data Center Call for Application ครั้งที่สองของสิงคโปร์ (DC‑CFA2) พร้อมการจัดสรรกำลังไฟจำนวน 50 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ภายในอุทยานศูนย์ข้อมูลคาร์บอนต่ำของ Jurong Town Corporation บนเกาะจูรง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำตำแหน่งของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อถือได้ เชื่อมโยงถึงกัน และยั่งยืนสำหรับภูมิภาคเอเชีย

การคัดเลือกครั้งนี้สะท้อนถึงการเข้าสู่ระยะถัดไปของการเติบโตระยะยาวของ Digital Realty ในสิงคโปร์ และจะช่วยขยายศักยภาพของบริษัทในการรองรับลูกค้าที่กำลังนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของการอนุมานของ AI, การประมวลผลประสิทธิภาพสูง และภาระงานดิจิทัลระดับองค์กร มาใช้ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบขึ้นโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลของสิงคโปร์ และจะได้รัยการพัฒนาให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ DC‑CFA2 ในด้านประสิทธิภาพพลังงานระดับสูงสุด พร้อมทั้งใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านช่องทางพลังงานสีเขียวมากกว่า 50% ของกำลังการรองรับทั้งหมด

Digital Realty ได้รับการคัดเลือกผ่านกระบวนการแข่งขันแบบเปิด ซึ่งนำโดย Singapore Economic Development Board (EDB) และ Infocomm Media Development Authority (IMDA) ข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกได้รับการยอมในด้านความสามารถในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางที่น่าเชื่อถือสำหรับ AI, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเชื่อมต่อเครือข่าย ตลอดจนการมีส่วนช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมทั้งผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ

“สิงคโปร์ถือเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ของ Digital Realty มาอย่างยาวนาน และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการคัดเลือกภายใต้โครงการ DC‑CFA2 ในช่วงเวลาที่มีความสำคัญต่ออนาคตดิจิทัลของประเทศ” Serene Nah กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Digital Realty กล่าว

“ภายใต้โครงการ DC‑CFA2 เรามีแผนขยายการลงทุนบนเกาะจูรงด้วยโครงสร้างพื้นฐานรุ่นถัดไปที่พร้อมรองรับ AI ความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญของวิธีการดำเนินงานของเราที่ Digital Realty และเรามุ่งมั่นที่จะขยายการเติบโตอย่างรับผิดชอบควบคู่ไปกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เราขอขอบคุณรัฐบาลสิงคโปร์ หน่วยงานผู้นำ ลูกค้า และพันธมิตรของเราสำหรับความไว้วางใจและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงพนักงานของเราทุกคนที่ทุ่มเททำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ เราตั้งตารอที่จะจัดหาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับลูกค้าอย่างยั่งยืนในศูนย์กลางดิจิทัลระดับโลกแห่งนี้” Nah กล่าวเสริม

สิงคโปร์เป็นเสาหลักสำคัญของกลยุทธ์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Digital Realty นับตั้งแต่บริษัทเริ่มดำเนินงานในประเทศเมื่อปี 2010 ปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Digital Realty, Global Command Center และศูนย์ข้อมูลที่เปิดดำเนินงานแล้วจำนวนสามแห่ง ซึ่งมีกำลังการรองรับรวมประมาณ 84 เมกะวัตต์ ช่วยให้บริษัทมีฐานการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค

ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังคงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ ขยายการใช้งานคลาวด์ บริการดิจิทัล และการประมวลผลข้อมูลระดับองค์กร เทคโนโลยี AI กำลังเร่งการเติบโตในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นบริการทางการเงิน เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการดูแลสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นภาคส่วนที่สิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาค เมื่อองค์กรต่าง ๆ นำระบบ AI มาใช้งานจริงมากขึ้น ข้อกำหนดด้านโครงสร้างพื้นฐานก็มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามไป การอนุมานของ (AI Inference) จำเป็นต้องอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานและข้อมูลขององค์กรมากขึ้น พร้อมได้รับการสนับสนุนจากการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่ง ความทนทาน และความปลอดภัย

การที่สิงคโปร์มีทั้งการเชื่อมต่อที่ดี การปกครองที่น่าเชื่อถือ และระบบนิเวศดิจิทัลที่พัฒนาอย่างก้าวหน้า ทำให้สิงคโปร์พร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการสนับสนุนปริมาณงานเหล่านี้ทั่วทั้งภูมิภาค เมื่อเปิดดำเนินงานแล้ว ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่สี่ของ Digital Realty ในสิงคโปร์คาดว่าจะช่วยเสริมบทบาทดังกล่าว โดยการขยายขีดความสามารถที่มีอยู่สำหรับการใช้งาน AI และองค์กรที่มีมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมต่อลูกค้าเข้ากับระบบนิเวศ PlatformDIGITAL® ระดับโลกของบริษัท ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่นี้จะช่วยขยายแคมปัสศูนย์ข้อมูลแบบเชื่อมต่อถึงกันของ Digital Realty ในสิงคโปร์ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับโลกผ่าน ServiceFabric® ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการและประสานงานบริการ ที่เชื่อมโยงแคมปัสเข้ากับศูนย์ข้อมูลอื่น ๆ ของ Digital Realty และศูนย์ข้อมูลของบุคคลที่สามทั่วโลก เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูล และปรับใช้เวิร์กโหลดระหว่างไซต์ต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ

ศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่บนเกาะจูรงจะต่อยอดจากโครงการด้านความยั่งยืนของ Digital Realty ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานในสิงคโปร์ การดำเนินงานของบริษัทในสิงคโปร์ในปัจจุบัน บรรลุการใช้พลังงานหมุนเวียนครบ 100% ผ่านการทำสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรงกับ Tuas Power นอกจากนี้ Digital Realty ยังได้ร่วมมือกับ IMDA ในการพัฒนามาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของสิงคโปร์ โดยแสดงให้เห็นว่า การปรับอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นให้สูงขึ้นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานได้ โดยไม่ลดความทนทานในการดำเนินงาน

Digital Realty ได้ปรับอุณหภูมิการเดินระบบให้สูงขึ้น 2°C ในสองดาต้าฮอลล์ โดยอ้างอิงมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น ส่งผลให้การใช้พลังงานโดยรวมลดลงประมาณ 2–3% ในช่วงทดลองใช้งาน นอกจากนี้ Digital Realty ยังใช้ระบบ Building Management Systems ขั้นสูงในการติดตามตรวจสอบจุดโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า 30,000 จุดทั่วดาต้าเซ็นเตอร์ในสิงคโปร์ รวมถึงการติดตามค่า Power Usage Effectiveness (PUE) แบบเรียลไทม์

Digital Realty มีแผนที่จะเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่นพัฒนาประสิทธิภาพด้านพลังงานและการใช้ทรัพยากรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาทักษะบุคลากร และความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของสิงคโปร์ในระยะยาว

เกี่ยวกับ Digital Realty
Digital Realty เชื่อมบริษัทและข้อมูลเข้าด้วยกันผ่านการให้บริการโซลูชันด้านศูนย์ข้อมูล การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างครบวงจร PlatformDIGITAL® เป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการศูนย์กลางข้อมูลซึ่งมีความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า พร้อมด้วยระเบียบวิธีจัดการโซลูชัน Pervasive Datacenter Architecture (PDx®) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อเป็นขุมพลังให้แก่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่การใช้งานคลาวด์และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไปจนถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการจัดการกับความท้าทายเรื่องแรงดึงดูดของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ Digital Realty ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงชุมชนข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างทรงพลังผ่านโครงข่ายศูนย์ข้อมูลระดับโลกที่มีกว่า 300 แห่ง ในพื้นที่เมืองใหญ่กว่า 55 เมือง ครอบคลุมกว่า 30 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Realty โปรดไปที่ digitalrealty.com หรือติดตามเราได้บน LinkedIn และ X

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อด้านสื่อ
Joyce Ng
Digital Realty
[email protected]

นักลงทุนสัมพันธ์
Jordan Sadler / Jim Huseby
Digital Realty
(737) 281 – 0101
[email protected]

ข้อยกเว้นความรับผิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตซึ่งอ้างอิงจากความคาดหวัง การคาดการณ์ และสมมติฐานในปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือของบริษัทและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ กำหนดแล้วเสร็จที่คาดการณ์ไว้ เทคโนโลยีเกิดใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ เป้าหมายด้านความยั่งยืน การรับรอง และกลยุทธ์ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการด้านความยั่งยืน ความต้องการของลูกค้า และกลยุทธ์ของบริษัท สำหรับรายการและรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ สามารถดูได้จากรายงานและเอกสารอื่น ๆ ที่บริษัทได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา บริษัทขอปฏิเสธเจตนาหรือความรับผิดชอบใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรือกรณีอื่นใดก็ตาม

GlobeNewswire Distribution ID 9816202